20 เรื่องราว กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย
วันนี้ทีนเอ็มไทยมี 20 เรื่องราว กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย มาฝากให้เพื่อนๆ ได้อ่านเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในประวตัิศาสตร์ไทยกันคะ ซึ่งทั้ง 20 เรื่องราวนี้มีทั้งเรื่องของการศึกษา สังคม การคมนาคม ล้สนแต่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยหล่ะคะ ^^
20 เรื่องราว กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย
บทประพันธ์ที่ทำการขายลิขสิทธิ์ครั้งแรกในประเทศไทย ( นิราศลดอนอน ของหม่อมราโชทัย ขายให้กับหมอบรัดเลย์ )
เนื้อเรื่องย่อ : คณะราชทูตไทยอัญเชิญพระราชสาร พร้อมทั้งเครื่องราชบรรณาการไปถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิคตอเรียณ พระราชวังวินเซอร์ (พระราชวังประจำฤดูหนาว) ซึ่งทำให้ได้รับผลดีคือ มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาใหม่ โดยที่ไทยได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น จากนั้นคณะราชทูตไทยได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำและน้ำชาและได้พักค้างแรม ณ พระราชวังวินเซอร์ 1 คืน ต่อมาจึงได้ไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ เช่น โรงพยาบาล โรงงานทำเหรียญกษาปณ์ ป้อมศาสตราวุธแห่งลอนดอน?มงกุฎกษัตริย์อังกฤษซึ่งมีเพชรขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบประดับอยู่และพระราชวังบัคกิงแฮม (พระราชวังประจำฤดู)
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 2
แบบเรียนเล่มแรกของคนไทย ( หนังสือจินดามณี พระโหราธิบดีเป็นผู้แต่ง)
แบบเรียนเล่มแรกของไทย ชื่อ จินดามณี แต่งโดย พระมหาราชครู กวีในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช?(ครองราชย์ปี พ.ศ.2199 – 2231)
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 3
หนังสือไทยเล่มแรก ( หนังสือไตรภูมิพระร่วง )
ไตรภูมิพระร่วง มีหลายชื่อเรียกได้แก่ ” ไตรภูมิพระร่วง ” ” เตภูมิกถา ” ” ไตรภูมิกถา ” ” ไตรภูมิโลกวินิจฉัย ” และ ” เตภูมิโลกวินิจฉัย ”
เป็น วรรณคดีพุทธศาสนา ที่แต่งในสมัยสุโขทัยประมาณ พ.ศ. 1888 โดยพระราชดำริในพระยาลิไท รวบรวมจากคัมภีร์ในพระพุทธศาสนา มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกสัณฐาน ที่แบ่งเป็น 3 ส่วน หรือ ไตรภูมิ ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ และอรูปภูมิ นรก สวรรค์ การเวียนว่ายตายเกิด ทวีปทั้งสี่ (เช่น ชมพูทวีป ฯลฯ) ระยะเวลากัปป์กัลป์ กลียุค การล้างโลก พระศรีอาริย์ มหาจักรพรรดิราช แก้วเจ็ดประการ ฯลฯ
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 4
หนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย ( หนังสือพิมพ์บางกอกรีคอดเดอร์ เมื่อปี พ.ศ.2387)
4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 ” บางกอกรีคอร์เดอร์” (Bangkok Recorder) หรือ ” หนังสือจดหมายเหตุ เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย ฉบับปฐมฤกษ์เริ่มออกวางแผง
- หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จัดพิมพ์โดย หมอบรัดเลย์ (Dr. Dan Beach Bradley, M.D.) มิชชันนารีอเมริกัน
- โดยใช้ตัวพิมพ์ที่เรียกว่า บรัดเลย์เหลี่ยม จัดพิมพ์ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
- ในระยะแรกเริ่มออกฉบับรายเดือน
- ต่อมาเปลี่ยนเป็นรายปักษ์หรือรายครึ่งเดือน
- แต่ออกได้เพียงสองปีก็ต้องเลิกกิจการ
- หนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์ดเดอร์ได้นำเอาวิธีการรายงานข่าวและการเขียนบทความแบบวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นของใหม่ในสมัยนั้นเข้ามาด้วย
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 5
ปฏิทินฉบับภาษาไทยของประเทศไทย จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ( ปี พ.ศ.2385 )
ในอดีตประเทศไทยใช้ปฏิทินจันทรคติตั้งแต่สมัยสุโขทัยโดยนับปีตามปีมหาศักราชและจุลศักราชตามลำดับ จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนจากปฏิทินจันทรคติมาใช้ปฏิทินสุริยคติ ในปีจุลศักราช 1240 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2431 โดยใช้แบบสากลตาม ปฏิทินเกรกอเรียน
- โดยเดือนแรกของปีคือเดือนเมษายน และเดือนสุดท้ายของปีคือมีนาคม
- และปรับมาใช้รัตนโกสินทรศก และพุทธศักราชตามลำดับ
- จนกระทั่งในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
- ได้มีการปรับเปลี่ยนปฏิทินอีกครั้งโดยปรับให้วันที่ 1 มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่และเป็นวันเริ่มต้นของปีแทนที่รูปแบบเดิม
- โดยวันขึ้นปีใหม่ในรูปแบบนี้เริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2484
การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อ วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2385 (ปลายสมัย รัชกาลที่ 3) ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ทรงฯโปรดให้พิมพ์ปฏิทินภาษาไทย ในสมัยรัชกาลที่ 5 ปฏิทินที่พิมพ์ในเมืองไทยได้แก่ ” ประนินทิน ” แจ้งราคาขายไว้เล่มละ 4 บาท การพิมพ์ปฏิทินเล่มยังมีการจัดทำต่อมา ในหลายรูปแบบ ซึ่งมีบอกสถาพของน้ำขึ้น-น้ำลง ดิถีดวงจันทร์ และปฏิทินภาษาจีนร่วมด้วย และมีช่องว่างให้บันทึกเล็กน้อย ในรูปแบบของ ไดอารี่ หรือ ” สมุดบันทึกประจำวัน ” ก็สามารถอนุโลมให้เป็นปฏิทินได้ โดยไดอารี่ที่มีชื่อเสียงได้แก่ ไดอารี่ของรัชกาลที่ 5 ซึ่งเมื่อตีพิมพ์เผยแพร่มีชื่อเรียกว่า ” จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ”
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 6
โรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรแห่งแรก ( โรงเรียนวัดมหรรณพาราม )
พ.ศ.๒๔๑๔ (ค.ศ.1871) ที่ประเทศไทย ในรัชกาลที่ ๕ ด้วยพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ จะให้มีอาจารย์สอนหนังสือไทยและสอนเลขทุก ๆ พระอาราม การศึกษาแบบสมัยใหม่ในประเทศไทยก็เริ่มตั้งต้น ทั้งนี้ โดยให้พระสงฆ์รับภาระช่วยการศึกษาของชาติ ครั้นแล้วใน พ.ศ.๒๔๒๗ ก็โปรดให้ตั้งโรงเรียนหลวงสำหรับราษฎรขึ้นตามวัด เริ่มที่วัดมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนแรก
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 7
มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ( จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย )
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดจากโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระบรมราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนมหาดเล็ก?ในครั้งนั้นมีการเปิดสอน ๘ แผนกวิชา ได้แก่ การปกครอง กฎหมาย การฑูต การคลัง การแพทย์การช่าง การเกษตร วิชาครู
จัดการศึกษาใน ๕ โรงเรียน (คณะในปัจจุบัน) คือ
- โรงเรียนรัฏฐประศาสนศาสตร์ ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง
- โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ตั้งอยู่ที่บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
- โรงเรียนราชแพทยาลัยตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช
- โรงเรียนเนติศึกษาตั้งอยู่ที่เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา
- โรงเรียนยันตรศึกษาตั้งที่วังใหม่หรือวังกลางทุ่ง หรือ วังวินเซอร์ (เคยเป็นวังของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ)
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกูฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชดำริที่จะขยายการศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือ ไม่เฉพาะสำหรับผู้ที่จะเล่าเรียนเพื่อรับราชการเท่านั้น แต่จะรับผู้ซึ่งประสงค์จะศึกษาขั้นสูงให้เข้าเรียนได้ทั่วถึงกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๙
จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยในช่วงแรกมีการจัดการศึกษาเป็น ๔ คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์และ วิทยาศาสตร์
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 8
ธนบัตร หรือ หมาย เงินกระดาษใบแรกของไทย
ธนบัตรหรือเงินกระดาษของไทย ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผลิตขึ้นครั้งแรก ในสมัยรัชกาลที่ 5 พิมพ์ออกใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2445 โดยก่อนหน้านั้น ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการผลิตธนบัตร หรือ เงินกระดาษออกใช้เป็นครั้งแรก ในเมืองไทยแล้ว เมื่อปี พ.ศ.2396
- เรียกว่า หมาย
- ด้วยกระดาษปอนด์สีขาวรูปสี่เหลี่ยม
- พิมพ์ลวดลายด้วยหมึกทั้งสองด้าน
- ประทับตรา พระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน ตราจักร และ พระราชลัญจกรประจำรัชกาลสีแดงชาด ( ลัญจกร อ่านว่า ลัน-จะ-กอน แปลว่า ตราสำหรับใช้ตีหรือประทับ ราชาศัพท์ใช้คำว่า พระราชลัญจกร )
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 9
เรือกลไฟลำแรกของประเทศไทย ( เรือสยามอรสุมพล )
เรือกลไฟ หรือ เรือกำปั่นไฟ เป็นเรือที่ใช้เครื่องจักรพลังไอน้ำในการขับเคลื่อน แทนการใช้ใบและแรงลม เรือกลไฟลำแรกที่เข้ามาแล่นอวดโฉมให้ชาวสยามในบางกอกได้ตื่นตาตื่นใจกันว่า ” เหล็กลอยน้ำได้ ” นั้น คือเรือกลไฟชื่อ ” เอ็กสเปรส ” (Express) ภายใต้การบัญชาการของกัปตันปีเตอร์ บราวน์ (Peter Brown)
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 10
โรงพยาบาลแห่งแรกของไทย ( โรงพยาบาลศิริราช )
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดอหิวาตกโรคระบาดชุกชุมเมื่อ พ.ศ. 2424 ในครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงพยาบาลขึ้นชั่วคราวในที่ชุมชนรวม 48 ตำบล ครั้นโรคร้ายเสื่อมถอยลง โรงพยาบาลจึงได้ปิดทำการ หากแต่ในพระราชหฤทัยทรงตระหนักว่า โรงพยาบาลนั้นจะยังประโยชน์บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พสกนิกรและผู้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร แต่การจัดตั้งโรงพยาบาลนั้นเป็นการใหญ่ จำเป็นต้องมีคณะกรรมการเพื่อจัดการโรงพยาบาลให้สำเร็จ
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 11
โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของไทย
( โรงเรียนอนุบาลที่โรงเลี้ยงเด็ก ซึ่งพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระอัครชายาใน รัชกาลที่ 5 เป็นผู้ให้กำเนิด)
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 12
ธนาคารเอกชนแห่งแรกของไทย ( แบงก์สยามกัมมาจล ปัจจุบัน คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ )
2449 – 2475 ก่อรากฐานการธนาคารไทย
ประวัติศาสตร์หน้าแรกของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งนับเป็น สถาบันการเงินแห่งแรกของชาวสยาม นั้น เริ่มต้นขึ้นในนาม ” บุคคลัภย์ ” ( Book Club ) โดย พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ซึ่งขณะนั้นทรง ดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวง พระคลังมหาสมบัติในพระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระทัยอย่างแน่วแน่ที่จะให้มีสถาบัน การเงินของสยาม เป็นฐานรองรับการเติบโตทางด้าน เศรษฐกิจการเงินของประเทศ จากการที่โลกตะวันตกได้ ขยายเส้นทางการค้าทางทะเลมาสู่ดินแดนสยามเป็นอย่างมาก ในยุคนั้น ในขั้นแรกจึงทรงริเริ่มดำเนินกิจการธนาคาร พาณิชย์เป็นการ ทดลองในนาม ” บุคคลัภย์ ” (Book Club)
- ต่อมากิจการทดลองประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระบรม ราชานุญาตให้ตั้งเป็นธนาคารในนาม “บริษัท แบงก์สยาม กัมมาจล ทุนจำกัด” ( Siam Commercial Bank, Limited )
- เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449
- ประกอบธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ อย่างเป็นทางการ
- นับตั้งแต่นั้นมาและได้ กลายมาเป็น “ต้นแบบธนาคารไทย” โดยริเริ่ม นำระบบ และ แนวคิดของการให้บริการ รับฝากเงินออมทรัพย์ และ บริการ บริการบัญชี กระแสรายวัน ( Current Account ) ถอนเงิน โดยใช้เช็คมาให้บริการ แก่ประชาชน
- พร้อมทั้งจัดตั้งสาขาขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ
- นอกจากนี้ธนาคารยังมี ส่วนร่วม ในการก่อกำเนิดและวางรากฐานสหกรณ์การเกษตร ของประเทศ
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 13
โรงภาพยนตร์โรงแรกในกรุงเทพฯ ที่ฉายจอซีนีมาสโคป ( โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย )
ศาลาเฉลิมไทย หรือบางคนก็เรียกว่า โรงหนังเฉลิมไทย เคยตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาชัย สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ ในสมัยรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม แล้วเสร็จเมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๒
- เมื่อเริ่มแรก ดำริของรัฐบาลประสงค์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็น โรงละครแห่งชาติ
- มีที่นั่งราว ๑,๒๐๐ ที่นั่งพร้อมที่นั่งชั้นบน เวทีเป็นแบบมีกรอบหน้า มีเวทีแบบเลื่อนบนราง (Wagon Stage) เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนฉาก
- เริ่มใช้แสดงละครเวทีอาชีพตั้งแต่เปิดใช้งาน
- พุทธศักราช ๒๔๙๖ จึงได้เปลี่ยนเป็นโรงภาพยนตร์
ศาลาเฉลิมไทยเคยเป็นแหล่งความบันเทิงสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ถึงแม้ไม่ใช่ โรงภาพยนตร์แห่งแรก แต่ก็สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ด้วยภาพยนตร์ทั้งจากของไทยและต่างประเทศ โปสเตอร์ขนาดยักษ์ ตั้งเด่นเชิญชวนให้เห็นได้แต่ไกล
ที่ตั้งเดิมของ ศาลาเฉลิมไทย ปัจจุบันกลายเป็น ลานพลับลามหาเจษฎาบดินทร์ โดยมีฉากหลัง เป็นวัดราชนัดดา และ โลหะปราสาท
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 14
โลหะปราสาท องค์แรกและองค์เดียวของไทย
สถาปัตยกรรมทรงคุณค่า โลหะปราสาท องค์แรกและองค์เดียวของไทย ( http://travel.mthai.com/blog/33640.html )
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 15
ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ออกฉายให้ประชาชนชมครั้งแรกเรื่อง ( นางสาวสุวรรณ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2466)
ในปี ๒๔๖๖ ครั้งรัชกาลที่ ๖ ชาวสยามพากันตื่นเต้นและยินดี เมื่อมีคณะฝรั่งนักสร้างภาพยนตร์มืออาชีพจาก ฮอลลีวู้ดสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามาสยามเพื่อจัดสร้างภาพยนตร์ชนิดเรื่องบันเทิง โดยใช้เรื่องราวของชาวสยามและใช้คนไทยเป็นตัวแสดง
- คณะฝรั่งจากฮอลลีวู๊ดนี้มี นายเฮนรี เอ. แมคเร (Henry A.Macrae) เป็นหัวหน้าคณะ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้อำนวยการสร้าง ผู้เขียนเรื่อง และผู้กำกับการแสดง
- นายแมคเรได้ติดต่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถ่ายภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ มีพระบรมราชานุญาต ทั้งยังโปรดเกล้าฯให้กรมรถไฟหลวง และกรมมหรสพ ร่วมงานกับนายแมคเรด้วย
- โดย กรมรถไฟหลวง ช่วยอำนวยความสะดวกในการหาสถานที่ถ่ายทำ การเดินทางและขนส่ง การล้างและสำเนาฟิล์มภาพยนตร์
- ส่วนกรมมหรสพร่วมมือด้านผู้แสดง
- นายแมคเรได้แต่งเรื่องสำหรับทำภาพยนตร์ขึ้น ให้ชื่อว่า นางสาวสุวรรณ เป็นเรื่องอย่างนิยายความรักของหนุ่มสาวชาวสยามในสมัยนั้น
กรมรถไฟหลวงได้นำออกฉายสู่สาธรณชนครั้งแรกในกรุงเทพ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๖๖ ท่ามกลางความตื่นเต้นยินดีของชาวสยามที่จะได้ชม ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 16
โรงแรมแห่งแรกของไทย ( โรงแรมโอเรียนเต็ล ) โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก โดยในอดีตมีชื่อว่า ” โรงแรมโอเรียนเต็ล ” โดยปัจจุบันบริหารงานโดย บริษัท OHTL จำกัด (มหาชน) (เดิมมีชื่อว่า บริษัท โรงแรมโอเรียนเต็ล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)) เป็น โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย และเป็นหนึ่งใน โรงแรมที่ถือว่าดีที่สุดของโลก
- โรงแรมตั้งขึ้น ประมาณปี พ.ศ. 2413
- โดยนาย ซี. ซาลเจ กะลาสีเรือชาวเดนมาร์ก เป็นผู้ซื้อกิจการมาดำเนินการ
- ต่อมานายฮันส์ นีลส์ แอนเดอร์เซน เข้ามาบริหารงานต่อนายฮันส์ นีลส์ แอนเดอร์เซน
- ปี 2428 ได้ปรับปรุงโรงแรมให้ทันสมัย มีการออกแบบอาคารขึ้นใหม่ เรียกว่า ออเธอร์ส วิง
- ได้เปิดโรงแรมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2430
โรงแรมโอเรียนเต็ลเปลี่ยนเจ้าของและปรับปรุงมาหลายครั้ง หลายยุคสมัย เคยต้นรับแขกผู้มีเกียรติ อาทิ มกุฎราชกุมารนิโคลัสแห่งรัสเซียในปี 2434 เจ้าชายลุยจี อาเมดิโอ เชื้อพระวงศ์อิตาลี ในปี 2438 และนักเขียนชื่อดังของอังกฤษ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังเคยเป็นกองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่น?และมีพระบรมวงศานุวงศ์เคยเสด็จมาด้วย การต้อนรับพระประมุขครั้งสำคัญครั้งหนึ่งคือในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ. 2549 พระประมุขและผู้แทนพระองค์ส่วนใหญ่ประทับ ณ โรงแรมแห่งนี้
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 17
โรงพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย ( โรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ ตั้งอยู่ที่ธนบุรี )
หมอบรัดเลย์ หรือ แดน บีช แบรดลีย์ แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Dan Beach Bradley) หรือบางคนเขียนเป็นหมอบรัดเล หมอปลัดเล หมอปรัดเล หรือ หมอปรัดเลย์ เป็นนายแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 3 และยังเป็นผู้เริ่มต้นการพิมพ์อักษรไทยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และ ทำการผ่าตัดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 18
วิทยุโทรทัศน์มีขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อ ( ปี พ.ศ.2497 สมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม )
กิจการโทรทัศน์ในประเทศไทยก็มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย โทรทัศน์ถือเป็นสื่อที่มีอิทธิพลและบทบาทต่อผู้ชมสูง ด้วยคุณสมบัติที่สามารถให้ได้ทั้งภาพ เสียง ความรวดเร็ว ความสมจริง ทำให้ความนิยมในโทรทัศน์เพิ่มขึ้น จนปัจจุบัน สื่อโทรทัศน์ก็ถือเป็นสื่อหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อสังคมมาก สื่อโทรทัศน์ในประเทศไทยมีวิวัฒนาการแบ่งออกได้เป็น 6 ยุค
- ทศวรรษ 2490 ยุคบุกเบิกโทรทัศน์ไทย ( 2491-2499 )
- โทรทัศน์กับเครื่องมือทางการเมือง ( พ.ศ. 2500-2509 )
- เติบโตและการก้าวสู่โทรทัศน์ระบบสี ( 2510- 2519 )
- การพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ( 2520-2529 )
- ยุคทองของโทรทัศน์ไทย ( 2530-2539 )
- การแข่งขันทางธุรกิจภายใต้เศรษฐกิจยุคฟองสบู่แตก
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 19
สถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย ( สถานีโทรทัศน์ ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม ปัจจุบัน คือ ช่อง 9 อสมท. )
ทศวรรษ 2490 ยุคบุกเบิกโทรทัศน์ไทย ( 2491-2499 )
2493 จอมพล ป. พิบูลสงครามได้อ่านบทความของสรรพศิริ วิริยศิริ เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศของกรมโฆษณาการ เกี่ยวกับปรากฏการณ์การประดิษฐ์โทรทัศน์ในยุโรป และ อเมริกา ทำให้จอมพล ป. มีความคิดที่อยากจะตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นในประเทศไทยบ้าง เพื่อใช้เป็นสื่อเพื่อการศึกษา การแพทย์ การสาธารณสุข และเป็นเครื่องมือตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามและเสริมอิทธิพลทางการเมืองให้กับตัวเอง
- จัดตั้งสถานีโทรทัศน์ขึ้นภายใต้ บริษัท ไทยโทรทัศน์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท
- มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปดูงานและฝึกอบรมด้านโทรทัศน์ที่บริษัท อาร์ซีเอ ประเทศสหรัฐอเมริกา
- นอกจากนี้ยังมีการประกวดราคาเครื่องรับส่งโทรทัศน์และการเตรียมงานด้านเทคนิคโทรทัศน์ขึ้น
- ในช่วงทศวรรษนี้เอง กรมหมื่นนราธิปพงษ์ประพันธ์ ได้ทรงบัญญัติศัพท์ วิทยุโทรทัศน์ ขึ้นใช้
- ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำวิทยุ โทรทัศน์เข้ามาเป็นครั้งแรกคือ นายประสิทธิ์ ทวีสิน ประธานกรรมการบริษัทวิเชียรวิทยุและโทรภาพ
- โดยนำเครื่องส่ง 1 เครื่อง เครื่องรับ 4 เครื่องหนักกว่า 2 ตัน
- ทำการทดลองให้คณะรัฐมนตรีชมเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาล
- 19 กรกฎาคม พ.ศ.2495 เปิดให้ประชาชนที่ศาลาเฉลิมกรุง ได้มีผู้ชมอย่างล้นหลามด้วยเป็นของแปลกใหม่
- วันที่ 24 มิถุนายน 2498 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ทำพิธีเปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหมขึ้น เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งแรกของประเทศไทย โดยมีคุณจำนง รังสิกุล เป็นหัวหน้าสถานีคนแรก และออกอากาศในระบบขาวดำ
- รายการในระยะแรกเป็นรายเพื่อความบันเทิง เช่น นำลิเกมาเล่นสดออกทีวี มีรายการสนทนา รายการตอบคำถามชิงรางวัล และ ละคร
กำเนิดสิ่งแรกของประเทศไทย 20
น้ำแข็งในประเทศไทย
มีบันทึกการเข้ามาว่าของ น้ำแข็งในสมัยรัชกาลที่ 4ว่าต้องสังมาจากสิงค์โปร์โดยการนำเข้ามากับเรือกลไฟชื่อ “เจ้าพระยา”ซึ้งเดินทางไปมาระหว่าง กรุงเทพกับสิงคโปร์ และส่งตรงเข้ามาในวังเท่านั้น พวกในรั้วในวังก็ได้ชิมเพราะได้รับจากการพระราชทานเท่านั้น?
ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 สมัยรัชกาลที่ 5 นายเลิศ เศรษฐบุตร (คนเดียวกับที่ทำรถเมล์คนแรก) ได้ตั้ง โรงน้ำแข็งในไทยแห่งแรก ที่สะพานเหล็กล่าง ตรงถนนเจริญกรุง
- ชื่อว่า” น้ำแข็งสยาม “แต่ชาวบ้านเรียกว่า โรงน้ำแข็งนายเลิศ
- นิยมที่สุดก็เอาน้ำแข็งมาทำให้เป็นเกล็ดมาอัดเป็นแท่งเสียบไม้แล้วราดด้วย น้ำหวาน
- เป็นที่ถูกใจคนไทยสมัยนั้นและช่วยคลายร้อนได้ที่สุดในสมัยนั้นเลย
ขอบคุณข้อมูล banprak-nfe.com
อัพเดทเพิ่มเติม 1 กุมภาพันธ์ 2558
No comments:
Post a Comment